วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

แฉโจลีเป็นชู้ป๋ามิค แจ็กเกอร์ที่โรงแรมในไทย

งานเข้าอีกแล้วสำหรับคุณแม่ลูก 6 อย่าง แองเจลินา โจลี ที่ล่าสุดถูกแฉในหนังสือ Brad Pitt and Angelina Jolie: The True Story ว่า เคยเป็นชู้กับป๋า มิค แจ็กเกอร์ นักร้องนำวงหินกลิ้ง Rolling Stone ในช่วงที่ป๋ายังแต่งงานอยู่กินกับ เจอรี ฮอลล์ นางแบบและนักแสดงชื่อดังชาวสหรั

ทั้งคู่เริ่มมีสัมพันธ์กันครั้งแรกเมื่อครั้งที่ โจลี ไปถ่ายมิวสิกวิดีโอให้ Rolling Stone เมื่อปี 2540 ในเพลง Anybody Seen My Baby? ทั้งๆ ที่ช่วงนั้น โจลี เองก็ยังแต่งงานอยู่กินกับ จอนนี ลี มิลเลอร์ นักแสดงชาวอังกฤษด้วย

ส่วนอีกครั้งนั้น มิค และ โจลี กลับมากิ๊กกันอีกรอบในอีก 6 ปีต่อมา ในช่วงที่ มิค ยังคบหากับ ลอว์เรน สก็อตต์ คู่รักคนใหม่ โดยรอบนี้ เจนนี พอล ผู้เขียนหนังสือชาวสหรัฐ ระบุว่า เห็นทั้งคู่เดินเข้าไปในห้องพักของป๋าแจ็กเกอร์ที่โรงแรมโอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ

หนังสือยังแฉด้วยว่านักแสดงสาวคนดังยังนอนกับ ราล์ฟ ไฟนส์ และ มิลเลอร์ อดีตสามีในช่วงที่เธอพบ แบรด พิตต์ เมื่อปี 2547 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่เธอกำลังกิ๊กกับ โคลิน ฟาร์เรลล์ นักแสดงไอริชที่ได้พบกันในหนังเรื่อง Alexander

ด้วยความที่มีข่าวกับผู้ชายมากมาย เลยมีกระแสข่าวออกมาอีกว่า วาเนสซา พาราดิส คู่ชีวิตของ จอห์นนี เดปป์ ดาราหนุ่มชื่อดังออกอาการไม่พอใจที่เห็น เดปป์ ไปแสดงหนังคู่กับ โจลี ในหนังเรื่อง The Tourist จนถึงกับขอให้ เดปป์ ถอนตัวจากหนังเรื่องนี้ เพราะกลัวว่า บทรักที่ดูดดื่มกับ โจลี จะทำให้หัวใจของหนุ่ม เดปป์ หวั่นไหวจนทิ้งเธอและลูกไป

...เป็นประเด็นจริงๆ หนอ

วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ธุรกิจโรงแรม VS เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ รอ พ.ร.บ.โรงแรม ช่วยจัดระเบียบ

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ภาวะการท่องเที่ยวของไทยมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์สึนามิ โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 12.1% ต่อปี ขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยวมีการขยายตัวเฉลี่ย 15% ต่อปี ส่งผลให้เกิดการขยายตัวของห้องพัก เพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่ยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าอุปสงค์ยังคงเพิ่มขึ้น แต่ในส่วนของอุปทานกลับมีแนวโน้มของการขยายตัวที่เพิ่มขึ้นมากกว่า โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต เชียงใหม่ และหัวหิน ที่ยังมีการเพิ่มขึ้นของห้องพัก โดยมีอัตราการขยายตัว 3.2% 9.5% 10.6% และ 20.0% ตามลำดับ อีกทั้งการเพิ่มขึ้นของห้องพักโดยรวมทั้งประเทศในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้มีแต่เพียงการเพิ่มขึ้นของห้องพักโรงแรมเท่านั้น แต่ได้รวมการเพิ่มขึ้นของห้องพักในส่วนของเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์เข้ามาด้วย

โดยห้องพักประเภทดังกล่าวเริ่มเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติในกลุ่มลูกค้าระดับกลาง เนื่องจากอัตราค่าเข้าพักต่ำกว่าโรงแรม และยังมีสภาพใหม่ เป็นข้อจำกัดที่ทำให้อัตราการเข้าพักของโรงแรมโดยรวมยังไม่สามารถปรับเพิ่มขึ้นได้ โดยมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยจาก 53.78% ในปี 2549 มาอยู่ที่ 53.69% ในปี 2550

สำหรับเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ซึ่งมีแนวโน้มขยายตัวค่อนข้างสูงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเปิดการค้าเสรีของไทยที่มีผลให้มีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาทำงานในไทยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการด้านที่พักอาศัยมีการขยายตัวตาม ในจังหวะเดียวกับที่เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ได้เพิ่มจำนวนมากขึ้นโดยเฉพาะในย่านธุรกิจ โดยมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7.2% ต่อปี

แม้เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์จะมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่อัตราการเข้าพักยังอยู่ในระดับ 60-70% ของจำนวนห้องพักทั้งหมด ดังนั้น เพื่อเพิ่มอัตราการเข้าพักให้สูงขึ้น ผู้ประกอบการเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์จึงหันมาให้ความสนใจต่อกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยคิดค่าบริการเป็นรายวัน ส่งผลให้อัตราการเข้าพักเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่ ซึ่งได้แก่ นักท่องเที่ยวระดับกลาง ส่วนใหญ่เป็นชาวเอเชีย ที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นในอัตราเฉลี่ย 9.1% ต่อปี

ประกอบกับเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์มีการกำหนดราคาค่าห้องพักในอัตราที่ไม่สูงนัก เมื่อเทียบกับโรงแรม อีกทั้งยังอยู่ในย่านช็อปปิ้ง ซึ่งตรงกับความต้องการของนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าว โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ รวมถึงลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติบางกลุ่ม หรือบางรายที่เข้ามาในไทยเพื่อรักษาพยาบาล และไม่ต้องการเข้าพักในโรงแรม จึงหันมาพักเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์แทน เนื่องจากมีระยะเวลาในการเข้าพักประมาณ 1-2 สัปดาห์ ซึ่งหากเปรียบเทียบแล้วการพักในเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์มีต้นทุนต่ำกว่าการเข้าพักในโรงแรม ประกอบกับลูกค้าในกลุ่มดังกล่าว ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้สิ่งอำนวยความสะดวกที่โรงแรมจัดไว้ให้ ส่งผลให้การเข้าพักในเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ มีอัตราสูงขึ้น จึงส่งผลกระทบผู้ประกอบการโรงแรม เนื่องจากมีผู้แข่งขันเพิ่มมากขึ้น

ด้วยเหตุนี้ รัฐได้ออกพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ.2547 (พ.ร.บ.โรงแรม) มีผลบังคับใช้ในกลางปี 2548 ซึ่งกำหนดให้สถานประกอบการที่ให้บริการห้องพักรายวันต้องยื่นขอจดทะเบียนโรงแรม เพื่อจำกัดไม่ให้เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์รับลูกค้าที่เช่าพักอาศัยในระยะสั้น และแม้ว่ากฎหมายดังกล่าวจะส่งผลกระทบในแง่ลบต่อธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์โดยตรงก็ตาม โดยเฉพาะด้านต้นทุนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก ทั้งจากการปรับปรุงอาคารให้ได้มาตรฐาน การเพิ่มบริการในด้านต่างๆ และค่าใช้จ่ายในการขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรม เป็นต้น อย่างไรก็ตาม จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมืองในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้กฎหมายดังกล่าวไม่สามารถปฏิบัติได้อย่างจริงจัง เนื่องจากยังไม่มีกฎหมายประกอบ พ.ร.บ.โรงแรมหรือกฎหมายลูกรองรับ ส่งผลให้ธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง

สำหรับแนวโน้มธุรกิจโรงแรมในปี 2551 ฝ่ายวิจัย ธนาคารทหารไทย คาดว่าอัตราการเข้าพักของโรงแรมโดยรวมจะยังคงอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับปี 2550 หากนักท่องเที่ยวสามารถเพิ่มขึ้น

ได้ตามเป้าหมายที่ ททท.ได้ตั้งไว้ 8.6% หรือมีจำนวนประมาณ 15.7 ล้านคนก็ตาม แต่จำนวนห้องพักก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 6.6% ส่งผลให้ปัญหาการเกิดอุปทานส่วนเกินยังไม่ได้ลดความรุนแรงลง โดยเฉพาะอัตราการขยายตัวของเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 6.0% ในปี 2551 สะท้อนให้เห็นว่า พ.ร.บ.โรงแรมไม่สามารถควบคุมหรือจำกัดให้เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์แย่งลูกค้าของธุรกิจโรงแรมได้ อีกทั้งการเติบโตของเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ยังมีปัจจัยสนับสนุนหลายประการ เช่น 1. การขยายตัวของนักท่องเที่ยวกลุ่มลองสเตย์ และกลุ่มท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จากการโปรโมตของ ททท. 2.ระยะเวลาคืนทุนของธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ต่ำกว่าธุรกิจโรงแรม 3.คาดว่า พ.ร.บ.โรงแรมฉบับใหม่(ปรับปรุง) พ.ศ.2547 จะมีผลบังคับใช้ในเดือนมีนาคม 2552 เป็นต้นไป ซึ่งจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อผู้ประกอบการธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในปี 2551 เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์จะยังคงไม่ได้รับผลกระทบจาก พ.ร.บ.โรงแรมก็ตาม แต่ภาวะการแข่งขันที่รุนแรงจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนห้องพักทั้งในส่วนของโรงแรม และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์อย่างรวดเร็ว เกินความสามารถในการรองรับของอุปสงค์ ทำให้ราคาค่าเช่ามีทิศทางปรับตัวลดลง ขระที่เซอร์วิส

อพาร์ตเมนต์ยังต้องเร่งปรับปรุงอาคารสถานที่ รวมถึงเพิ่มคุณภาพการให้บริการเพื่อดึงดูดลูกค้าจากกลุ่มโรงแรมเข้ามา ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายที่สูง โอกาสในการทำกำไรจึงน่าจะลำบากมากขึ้น และจากสต๊อกของจำนวนห้องพักที่ยังสูงอยู่เทียบกับจำนวนลูกค้า ทำให้คาดว่าธุรกิจโรงแรมในระดับ 3 ดาวลงมายังเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบด้านลบจากการมีเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์เข้ามาเป็นคู่แข่ง จนกว่ากฎหมายฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้อย่างจริงจังในปี 2552 จึงจะสามารถแยกกลุ่มลูกค้าของธุรกิจโรงแรม และธุรกิจเซอร์วิส

อพาร์ตเมนต์ ออกจากกันได้อย่างชัดเจน ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นคาดว่าจะมีเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์เพียงบางส่วนที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นโรงแรมอย่างเต็มตัว


วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ดินถล่มโรงแรมหรูบราซิลดับ 19 สูญหายอื้อ!

สุดสยองรับปีใหม่ พบนักท่องเที่ยวเสียชีวิตแล้ว 19 ศพ จากเหตุดินถล่มทับโรงแรมหรูบนเกาะแห่งหนึ่งในรัฐรีโอ เด จาเนโร ประเทศบราซิล เมื่อวันขึ้นปีใหม่ที่ผ่านมา แถมยังสูญหายอีกจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งกำลังค้นหาท่ามกลางความหวังน้อยนิดเพราะติดใต้กองโคลนหนักเป็นตันๆ

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมือง รีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยของบราซิลได้เร่งค้นหาผู้รอดชีวิตเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังเกิดดินถล่มลงมาทับโรงแรมหรูหลังเล็กๆ แห่งหนึ่งชื่อ แซนเกย์ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อนช่วงเทศกาลปีใหม่บนเกาะอิลยากรานเด ในรัฐรีโอเดจาเนโร ยังผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 19 ศพ และสูญหายอีกจำนวนหนึ่ง

เจ้าหน้าที่บราซิลระบุว่า ดินถล่มและน้ำท่วมหนักในช่วงหลายวันที่ผ่านมา คร่าชีวิตผู้คนไปแล้ว 52 ศพ นับตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา เฉพาะในรัฐรีโอเดจาเนโร โดยฝนที่ตกลงมาอย่างหนักนั้นทำให้เกิดดินถล่มโรงแรมแห่งนี้เมื่อวันศุกร์ที่ ผ่านมา ทั้งดินโคลน หินก้อนใหญ่ รวมถึงต้นไม้ ถาโถมลงมาจากยอดเขาทับโรงแรมและบ้านอีก 3 หลังบนเกาะแห่งนี้

นายหลุยซ์ เฟอร์นันโด เปเซา รองผู้ว่าการรัฐรีโอเดจาเนโร กล่าวว่า เป็นภาพที่น่ากลัวอย่างยิ่ง เมื่อทั้งก้อนหินดินโคลนและ ต้นไม้ไหลบ่าลงมาทับโรงแรม และพ.อ.เปโดร มาคาโด หัวหน้าหน่วยดับเพลิงระบุด้วยว่า ยอดผู้เสียชีวิตอาจสูงถึง 40 ศพ ทั้งนี้เพราะโรงแรมที่เกิดเหตุ มีแขกมาพักเต็ม 40 คน ในช่วงปีใหม่ รวมถึงบ้านพักที่อยู่ ใกล้กัน เจ้าของก็เปิดให้นักท่องเที่ยวมาเช่าพักผ่อนช่วงปีใหม่เช่นกัน

เจ้าหน้าที่ของบราซิลระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบสัญชาติที่แน่ชัดของเหยื่อผู้เคราะห์ ร้ายจากภัยธรรมชาติ และเชื่อว่ายังมีผู้สูญหายอีกหลายคนและฝังอยู่ใต้ซากเพราะดินถล่ม แต่กำลังหน่วยกู้ภัยและหน่วยดับเพลิง 100 คน ต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อขุดค้นเข้าไปในกองโคลนและต้นไม้ เพื่อหาผู้รอดชีวิตท่ามกลางความหวังอันเลือนราง เนื่องจากดินโคลนหนักเป็นตันๆ


วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2553

ฟ้องร้องโรงแรมอียิปต์ สระว่ายน้ำทำให้ท้อง!!

สตรีชาวโปแลนด์ฟ้องร้องเรียกร้องค่าเสียหายจากโรงแรมแห่งหนึ่งในอียิปต์ โดยอ้างว่าลูกสาววัย 13 ปีตั้งครรภ์หลังจากใช้สระว่ายน้ำรวมของโรงแรม

คดีแปลกประหลาดนี้เกิดขึ้นเมื่อ นางแมกดาลีนา เควียตโควสกา เรียกร้องค่าเสียหายจากโรงแรม เพราะคาดว่าลูกสาววัย 13 ปี ของเธอตั้งครรภ์หลังจากกลับมาจากพักผ่อนสุดสัปดาห์ที่โรงแรมแห่งนี้

เจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวในกรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ ยืนยันว่าได้รับคำร้องเรียนว่าเด็กหญิงวัย 13 ปีคนนี้ตั้งครรภ์เพราะอสุจิที่พลัดหลงอยู่ในสระว่ายน้ำ ซึ่งคุณแม่ของเธอยืนยันว่าลูกสาวไม่เคยพบกับผู้ชายในระหว่างที่ไปพักอยู่ที่โรงแรม จึงตัดสินใจเดินหน้าฟ้องร้องดำเนินคดีโรงแรมให้ชดใช้ค่าเสียหายให้ถึงที่สุด

ต่าย โต้จูบ ริต้า กลางโรงแรม

ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เจอหน้านางเอกสาว ศรีริต้า เจนเซ่น มานานหลายเดือนแล้ว แต่ล่าสุดดันมีข่าวลือออกมาว่า พระเอกหนุ่ม ต่าย-นัฐฐพนธ์ ลียะวณิช ไปจูบกับศรีริต้าในโรงแรมแห่งหนึ่ง วันก่อนเจอหน้าต่ายในงานเปิดกล้องละคร "คุณนายสามสลึง" ที่หนองแขม เลยเรียกเจ้าตัวมาเคลียร์ข่าวนี้ซะเลย

ต่าย กล่าวว่า "ความรักตอนนี้ไม่มี สบาย ๆ เรื่อย ๆ คุยทั่วไป ส่วนใหญ่จะคุยกับแฟนเก่ามากกว่า แต่ก็ไม่ได้กลับไปดีอะไรกันนะ ช่วงนี้ขี้เกียจเปิดใหม่ดูมีปัญหาเยอะ ถ้าจะมีก็ขอนอกวงการดีกว่า แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้เจอ เรื่องแฟนเก่าคุยกันถ่านไฟเก่าไม่คุแน่นอน อย่างไหมผม ก็กลับไปคุย แรก ๆ ไม่ได้คุยเลย เรากลับไปคุยก็เหมือนคนรู้จักทั่วไป เพราะเจอพ่อของเขามากขึ้น เนื่องจากมีช่วงหนึ่งจะทำธุรกิจกับพ่อเขาด้วย ตอนนี้ไหมไปเรียนอังกฤษแล้ว ก็มีโทรฯ คุยกันบ้าง เขากลายเป็นน้องไปแล้ว"

...ไม่เปิดโอกาสให้คนอื่นศึกษาเหรอ...
"ไม่มีโอกาสได้เจอใครมากกว่า เราเจอแต่คนเดิม ๆ ซ้ำ ๆ อย่างเวลาเที่ยวจะไปจีบใครก็ไม่ใช่เรื่อง ให้เวลากับเพื่อนมากขึ้น"

กับหยาดทิพย์ล่ะช่วงนี้เขามีปัญหาได้โทรฯ มาปรึกษามั้ย?
"คุยกันน้อยมาก เขาก็ไม่ได้ โทรฯ มาปรึกษาอะไร ผมเลยไม่อยากไปยุ่งมากกว่า"

...มีข่าวว่าเราไปจูบกับศรีริต้าในโรงแรมแห่งหนึ่ง...
"นานแล้วนะข่าวนี้ ผมไม่ได้เจอเขานานมาก ไม่ซีเรียสนะเพราะมันไม่มีอะไร แต่เขาก็ มีคุยเรื่องนี้ให้ฟัง เท่าที่เขาพูดก็ดูเขาชิล ๆ ขึ้น ผมไม่ได้จูบเขาแน่นอน อาจแค่ยืนใกล้กันหรือเปล่า คนเลยมองผิดไป ผมก็ขอโทษ เขาไป จริง ๆ ผมไม่ได้เจอเขานานแล้วตั้งแต่หลังบวช เพราะต่างคนต่างยุ่ง อย่าไปเขียนอะไรมากเลย สงสารน้องเขา เขาเป็นผู้หญิงด้วย กลัวเขาเสียหาย"

ทราบข่าวเรื่องที่ ขันเงิน ไทเทเนียม จีบริต้า?
"ผมไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย เป็นเรื่องส่วน ตัวของเขา ขอไม่พูดถึงดีกว่า"

...ล่าสุดได้ยินมาว่าเปลี่ยนชื่ออีกแล้ว...
"ใช่ จริง ๆ ก่อนหน้านี้ผมเปลี่ยนมาแล้วรอบหนึ่ง แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่ชอบ ประกอบกับทางพี่ ๆ ทีมงานที่รู้จักเขาบอกว่าลองเปลี่ยนไปใช้ชื่อเดิม แต่สะกดใหม่ดีกว่ามั้ย ก็เลยเปลี่ยนดูจะได้เสริมเรื่องงานให้มั่นคงมากขึ้นครับ".